ฟังสองมุม คาเฟ่หมาแมวปล่อยสัตว์ป่วยตาย สัตวแพทย์ตรวจสอบแล้ว

ฟังสองมุม คาเฟ่หมาแมวปล่อยสัตว์ป่วยตาย สัตวแพทย์ตรวจสอบแล้ว

สัตวแพทย์เข้าตรวจสอบ คาเฟ่หมาแมว หลังถูกแฉปล่อยให้สัตว์ป่วยตาย อดีต ผจก.ร้านเผยถูกข่มขู่หลังโพสต์ประจาน
(1 พ.ย.) จากกรณีที่ นายอิสรชัย วัย 20 ปี อดีตผู้จัดการร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ย่านสยามสแควร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงที่ตนเคยทำงาน มีการนำสัตว์เลี้ยงป่วยมาให้ลูกค้าเล่น และมีสัตว์เลี้ยงที่ป่วยจนเสียชีวิต อีกทั้งผู้ประกอบการรายนี้เคยถูกสั่งปิดร้านที่สิงคโปร์มาแล้ว ตามที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอไปนั้น
ต่อมานายอิสรชัย และ สัตวแพทย์หญิง ภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย WATCHDOG THAILAND พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ และตำรวจ สน.ปทุมวัน เข้าตรวจสอบร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงดังกล่าว โดยทางเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้เก็บตัวอย่างน้ำลาย และเลือดของสัตว์เลี้ยงภายในร้านไปตรวจสอบ
โดยภายหลังการตรวจสอบ ส.พญ.ภัทรนันท์ เปิดเผยว่า ไม่พบสัตว์ป่วยอยู่ภายในร้าน เพราะทางร้านแยกสัตว์ป่วยออกไปแล้ว ส่วนแมวที่บอกว่ามี 50 ตัว แต่ที่เห็นน่าจะมีประมาณ 20-30 ตัว และมีสุนัขประมาณ 10 ตัว อีกทั้งจากการตรวจสอบพบอุจาระที่มีความผิดปกติในกระบะทราย เหมือนสัตว์ท้องเสีย แต่ไม่รู่ว่าตัวไหน คาดว่าน่าจะมีสัตว์ป่วย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดการจัดการ เพราะเจ้าของเป็นคนสิงคโปร์ ไม่เข้าใจกฎหมายในไทย อย่างเช่นการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ที่ในไทยจะต้องฉีดทุกปี แต่ของกฎหมายต่างประเทศไม่ต้องฉีดทุกปี เขาเลยคิดว่าสัตว์ของเขาไม่จำเป็นต้องฉีดทุกปี
จากการสอบถามคนในร้าน ทราบว่าที่นี่ ไม่มีคนที่จะดูแลสัตว์ป่วยแบบค้างคืน ซึ่งหากมีสัตว์ป่วย แล้วไม่มีการนำไปรักษาทันที แต่ให้พนักงานเอากลับบ้าน ก็มีโอกาสที่สัตว์จะหายขาดก็น้อย ส่วนการทำความสะอาดเพื่อป้องกัน เรื่องโรคติดต่อ ทางร้านก็ยังไม่มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง แต่จากการพูดคุยทางเจ้าของร้านก็ยินดีที่จะปรับปรุง ส่วนเรื่องทารุณกรรมสัตว์ ส.พญ.ภัทรนันท์ บอกว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จะต้องพิจารณาจากรูปถ่ายหรือคลิปก่อนหน้านี้ ว่ามีการนำสัตว์ป่วยหรือสัตว์ท้องมาทำการแสดวงหาผลประโยชน์หรือไม่ หากเป็นจริงก็จะเข้าข่ายทารุณกรรมสัตว์
ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า คาเฟ่สัตว์เลี้ยงแห่งนี้ได้รับการร้องเรียนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยครั้งแรกเกิดเมื่อ 29 สิงหาคม ได้รับการร้องเรียนเหมือนกับครั้งนี้ว่าที่คาเฟ่มีสัตว์ป่วย ตอนนั้นเข้ามาตรวจสอบก็ไม่พบสัตว์ป่วยเหมือนเช่นครั้งนี้
ส่วนนายอิสรชัย อดีตผู้จัดการร้าน บอกว่า ตอนแรกตนตั้งใจแค่จะตีแผ่เบื้องหลังคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ว่ามันไม่ได้น่ารักแบบที่ทุกคนคิด แต่ตอนนี้ตนอยากจะช่วยให้สัตว์ที่อยู่ภายในร้านปลอดภัย และล่าสุดตนก็รู้มาว่ามีสัตว์ที่ซื้อมาใหม่เสียชีวิต และมีแมวที่กำลังป่วย ส่วนที่ทางร้านออกมาชี้แจง ตนคิดว่าเป็นหลักฐานมัดตัวเขาเอง ที่ออกมาบอกว่าเป็นเรื่องเก่ากำลังแก้ไข เพราะคุณทำงานบนชีวิตสัตว์ คุณต้องศึกษาก่อน และคุณมีประสบการณ์จากสิงคโปร์แล้ว
นายอิสรชัย บอกอีกว่า ช่วงแรกมีคนจากทางร้านติดต่อมาถามตนว่า คิดดีแล้วใช่ไหมที่ทำแบบนี้ ตนก็บอกว่าคิดดีแล้ว อีกทั้งยังมีคนข่มขู่ตน โดยบอกกับเพื่อนของตนว่า ให้ตนระวังตัวไว้ ซึ่งตนรู้ว่าเป็นใคร และไม่ใช่แค่คนเดียวที่พูด เรื่องนี้ตนก็เตรียมจะแจ้งความให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านลูกค้ารายหนึ่งที่เคยใช้บริการคาเฟ่สัตว์เลี้ยงแห่งนี้ บอกว่า เคยมาใช้บริการที่นี้ประมาณ 6-7 ครั้ง ในรอบ 2 เดือน ตนก็รู้สึกว่าคาเฟ่สัตว์เลี้ยงแห่งนี้ดูสะอาดดี แต่ที่ผ่านมาก็เคยเห็นสุนัขบางตัวนอนซึม
นางปณิตา ผู้ช่วยผู้จัดการร้าน ออกมายืนยันว่า เรื่องที่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงในคาเฟ่ป่วยตายนั้น ยืนยันเป็นจริง แต่เป็นเรื่องในอดีต เพราะมีสัตว์ป่วยแต่ก็ได้ทำการรักษา ไม่ได้ปล่อยให้ตายเอง ซึ่งตอนนี้ทางร้านก็มีการปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ ในประเด็นเรื่องสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงปะปนกัน ทั้งน้องหมา แมว กระต่าย ฯลฯ ทางร้านมีการจัดแบ่งสัตว์เป็นโซนแต่ละชนิด ไม่มีปะปนกันแน่นอน และมีทีมสัตว์แพทย์คอยดูแลทั้งรักษาสุขภาพ และฉีดวัคซีน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาความขัดแย้งของพนักงาน ที่เป็นอดีตพนักงานมาแฉ เรื่องเก่าในร้าน และโต้เถียงกันไปมา
ส่วน นายกฤตมุข ผู้จัดการร้าน ยืนยันว่า ผลการตรวจของปศุสัตว์ และตำรวจที่ลงพื้นที่เมื่อวานก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ และให้คำแนะนำเรื่องสุขอนามัยและการดูแลสัตว์ที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องอาคารที่อาศัยของสัตว์เลี้ยงทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าทางเจ้าของอาคาร หรือเจ้าของสถานที่ อนุญาตให้สัตว์อาศัยได้หรือไม่ ซึ่งต้องขอโทษกับอดีตที่ผ่านมา ทางร้านพร้อมจะปรับปรุงและแก้ไข