ทุ่มทั้งชีวิต ป้ารับเลี้ยงหมาแมวจรจัด สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท

ทุ่มทั้งชีวิต ป้ารับเลี้ยงหมาแมวจรจัด สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นางกวิพร วินิจเถาปฐม อายุ 68 ปี นักธุรกิจรถโม่ปูน ที่บ้านเลขที่ 82/32 หมู่ 10 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี หญิงใจบุญที่รับเลี้ยง หมา-แมว จรจัดเกือบ 2,500 ตัว โดยเริ่มให้ความช่วยเหลือหมาจรจัดมาตั้งแต่ปลายปี 2546 เรื่อยมา ซึ่งหมาจรจัดส่วนใหญ่เป็นหมาในละแวกแถวที่พักอาศัย ทุกวันต้องเตรียมอาหารเม็ด ข้าวสุก ตับ เนื้อไก่ มาคลุกเคล้าแล้วขับรถนำไปแจกจ่ายให้หมาตามสถานที่ต่างๆ ใน ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี

จากนั้นปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่จึงได้ขยับขยายสถานที่เลี้ยงไปที่ จ.สระบุรี ซื้อที่ดินจำนวน 30 ไร่เปิดเป็นโรงเลี้ยงชื่อ บ้านนางฟ้าของสัตว์จร รวมเวลาที่ดูแลหมา-แมว มาประมาณ 14 ปี ทยอยหมดเงินรวมประมาณ 100 ล้านบาท โดยการขายบ้าน ขายรถโม่ปูน ทุกวันนี้บ้านที่อยู่อาศัยต้องเช่าทำออฟฟิศ ค่าเช่าเดือนละ 170,000 บาท จะหมดสัญญาสิ้นเดือน ม.ค.61 และต้องย้ายออกไปหาที่ใหม่

ที่บ้านหลังดังกล่าวสร้างอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ เป็นบ้านปูน 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่ทำงานของบริษัทรถโม่ปูน ส่วนชั้นบนเป็นสถานที่เลี้ยงหมาและแมว ภายในรั้วบ้านยังมีรถโม่ปูนจำนวนนับสิบคันจอดอยู่ รวมทั้งยังมีร่องรอยสถานที่เลี้ยงหมา เช่นอ่างให้อาหาร กรง และอาหารต่างๆหลายชนิด ยังพบว่ามีสุนัขหลงเหลืออยู่อีก ประมาณ 15 ตัว มี 2 ตัวที่ได้รับบาดเจ็บอาศัยอยู่ในกรงรอการส่งไปรักษา และมีแมวอีกประมาณ 44 ตัวเตรียมขนย้ายไปดูแลที่ จ.สระบุรี พบคนงานกำลังเตรียมอาหารสำหรับไปให้หมาจรจัดในพื้นที่รอบๆ บ้านพัก

จากการสอบถาม นายอนันต์ธรณ์ วินิจเถาปฐม อายุ 29 ปี บุตรชายนางกวิพร และเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ้านนางฟ้าของสัตว์จร เปิดเผยว่า แม่ช่วยเหลือหมาจรจัดมาตั้งแต่ปี 46 จนถึงปัจจุบันก็ประมาณ 14 ปี ที่หมดเงินไป 100 ล้าน มันไม่ใช่หมดครั้งเดียว มันทยอยไปเรื่องๆกว่า 10 ปี สะสม เป็นค่าอาหาร ค่ายา ค่ารักษา ค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และค่าก่อสร้างบ้านนางฟ้าของสัตว์จร ค่าคนงาน ที่ทำตรงนี้หลักๆคือแม่ ตนและพ่อแรกๆไม่ได้คิดอะไรมากเพราะไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ พอเริ่มเยอะขึ้นก็เริ่มรู้ตัวกันว่าไม่ไหวครอบครัวเดียวดูแลหมาแมวเป็นพันๆ ตัวไม่ไหว ตนก็มีพยายามคุยและก็เคยทะเลาะกันเหมือนกัน ตนไม่ได้รังเกียจที่แม่ทำแบบนี้และก็รู้สึกดีที่ได้ช่วยแม่ทำ แต่ว่ามันต้องทำให้เราเอาตัวรอดให้ได้ด้วย

ตอนนี้แม่ก็เริ่มรู้แล้วว่ามันลำบากจริงๆต้องขายทรัพย์สิน ขายรถ เพื่อพยุงตรงนี้ให้มันไปรอดทั้งส่วนตัวและโครงการ แต่เราเปิดเป็นมูลนิธิก็มีคนพยายามติดต่อเอาหมาแมวมาให้ตลอด เราก็ปฏิเสธตลอด ถึงเราไม่รับก็จะมีคนนำมาทิ้งไว้ที่ด้านหน้าบ้านนางฟ้าตลอด เดือนหนึ่งก็ประมาณ 10-20 ตัว ต้องเดินทางไปดูอยู่ตลอด ตนมีหน้าที่ประชาสัมพันธ์บ้านนางฟ้าของสัตว์จรเพื่อขอรับบริจาค นำมาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายตรงนี้

สำหรับหน่วยงานรัฐที่เข้ามาช่วยเหลือส่วนใหญ่เข้ามาแบบชั่วคราว บางทีเราก็ไปช่วยดูแลสุนัขให้เขากรณีที่เขาร้องขอมา เงินค่าใช้จ่ายหลักๆมาจากเงินธุรกิจส่วนตัว ส่วนผู้ที่ใจบุญที่จะช่วยเหลือหรือบริจาคสามารถติดต่อได้ที่ เพจบ้านนางฟ้าของสัตว์จร และนายอนันต์ธรณ์ วินิจเถาปฐม โทร.089-099-6000

ด้าน นางกวิพร วินิจเถาปฐม เปิดเผยว่าป้าเริ่มช่วยมาเมื่อปี 46 พอปี 47 ไปเจอหมาวัดสงสารมันทั้งผอมทั้งกลัว ตนก็ทำข้าวไปแจกมันและไปดูมัน จริงๆไม่อยากเอาเข้าบ้าน แค่เอาอาหารไปให้มันเพราะสภาพมันแย่ ดูแล้วหดหู่ เริ่มแรกเลี้ยงประมาณ 1,000 กว่าตัวที่เลี้ยงที่นี่ ก็มีส่งเสียงดังบ้าง ข้างบ้านก็เข้าใจเรานะเราเก็บมาดูแลทำหมัน ฉีดยา มีคนเอามาปล่อยบางทีก็ถูกรถชนเราก็อดไปช่วยเหลือไม่ได้ ที่ตรงนี้ขายไปแล้วจึงต้องย้าย เป็นหนี้เยอะ ตอนนี้ที่นี่เช่าเขาอยู่เดือนละ 170,000 บาท

ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ จ.สระบุรี มีหมา-แมว ประมาณ 2,500 ตัว ค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 800,000-1,000,000 บาท มีคนงานดูแล 19 คน พอน้ำท่วมก็หาที่ใหม่ซื้อที่ไปราคาประมาณ 8 ล้าน ค่าก่อสร้างอีกรวมหมดไปประมาณ 30 ล้าน ตนไม่ได้คิดจะทุ่มเงินเยอะ แต่ถ้าน้ำท่วมตรงนี้อีกสัตว์พวกนี้จะทำยังไง ตนก็หาที่ที่ปลอดภัย ไม่ได้หมดทีเดียว 100 ล้านไม่ได้มีเงินทีเดียว ค่อยๆหมดไปทีละนิดเงินจากธุรกิจบ้าง ขายทองบ้าง

นางกวิพร ทิ้งท้ายว่า อยากให้คนที่เลี้ยงสุนัขช่วยดูและเขาให้ดีอย่าทิ้งขว้างมัน ตนอยากให้คนช่วยตรงนี้มากกว่า ตนทิ้งสัตว์พวกนี้ไม่ได้ ถ้าใครใจบุญอยากช่วยเหลือก็ติดต่อผ่านลูกชาย ตนไม่ค่อยมีเวลาต้องดูแลหมาแมว ถามว่าทำยังไงไม่ให้มีสุนัขจรจัด มันเริ่มมาจากคนเอามาปล่อย น่าจะมีกฎหมายให้จัดการเรื่องนี้ เช่น ทำบัญชีบ้านที่เลี้ยงสัตว์และต้องมีการเสียภาษี สัตว์จรจัดจะได้น้อยลง

ขอบคุณที่มา : Sanook! News